Level 12 Level 14
Level 13

ลักษณะ ๖ หมวด ๑ หลักทั่วไปว่าด้วยการชี้ขาดตัดสินคด


20 words 0 ignored

Ready to learn       Ready to review

Ignore words

Check the boxes below to ignore/unignore words, then click save at the bottom. Ignored words will never appear in any learning session.

All None

Ignore?
มาตรา ๑๓๑ (๑)
คดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลนั้น ให้ศาลปฏิบัติดังนี้ (๑) ในเรื่องคําขอซึ่งคู่ความยื่นในระหว่างการพิจารณาคดีนั้น โดยทําเป็นคําร้องหรือขอด้วยวาจาก็ดี ให้ศาลมีคําสั่งอนุญาตหรือยกเสียซึ่งคําขอเช่นว่านั้น โดยทําเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ แต่ถ้าศาลมีคําสั่งด้วยวาจาให้ศาลจดคําสั่งนั้นไว้ในรายงานพิสดาร
มาตรา ๑๓๑ (๒)
คดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลนั้น ให้ศาลปฏิบัติดังนี้ (๒) ในเรื่องประเด็นแห่งคดี ให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดโดยทําเป็นคําพิพากษาหรือคําสั่ง หรือให้จําหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามที่บัญญัติไว้ในลักษณะนี้
มาตรา ๑๓๒ (๑)
ให้ศาลมีคําสั่งให้จําหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ โดยไม่ต้องมีคําวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นเรื่องนั้น และให้กําหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร (๑) เมื่อโจทก์ทิ้งฟ้อง ถอนฟ้อง หรือไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๗๔ มาตรา ๑๗๕ และมาตรา ๑๙๓ ทวิ
มาตรา ๑๓๒ (๒)
ให้ศาลมีคําสั่งให้จําหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ โดยไม่ต้องมีคําวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นเรื่องนั้น และให้กําหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร (๒) เมื่อโจทก์ไม่หาประกันมาให้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕๓ และมาตรา ๓๒๓ หรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายขาดนัดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๙๘ มาตรา ๒๐๐ และมาตรา ๒๐๑
มาตรา ๑๓๒ (๓)
ให้ศาลมีคําสั่งให้จําหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ โดยไม่ต้องมีคําวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นเรื่องนั้น และให้กําหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร (๓) ถ้าความมรณะของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังให้คดีนั้นไม่มีประโยชน์ต่อไป หรือถ้าไม่มีผู้ใดเข้ามาแทนที่คู่ความฝ่ายที่มรณะดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๒
มาตรา ๑๓๒ (๔)
ให้ศาลมีคําสั่งให้จําหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ โดยไม่ต้องมีคําวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นเรื่องนั้น และให้กําหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร (๔) เมื่อศาลได้มีคําสั่งให้พิจารณาคดีรวมกันหรือให้แยกกัน ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘ และ ๒๙
มาตรา ๑๓๓
เมื่อศาลมิได้จําหน่ายคดีออกจากสารบบความดังที่บัญญัติไว้ในมาตราก่อน ให้ศาลชี้ขาดคดีนั้นโดยทําเป็นคําพิพากษาหรือคําสั่งในวันที่สิ้นการพิจารณา แต่เพื่อการที่จะพิเคราะห์คดีต่อไป ศาลจะเลื่อนการพิพากษาหรือการทําคําสั่งต่อไปในวันหลังก็ได้ตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
มาตรา ๑๓๔
ไม่ว่ากรณีใด ๆ ห้ามมิให้ศาลที่รับฟ้องคดีไว้ ปฏิเสธไม่ยอมพิพากษาหรือมีคําสั่งชี้ขาดคดีโดยอ้างว่า ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับแก่คดี หรือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับนั้นเคลือบคลุมหรือไม่บริบูรณ์
มาตรา ๑๓๕
ในคดีที่เรียกร้องให้ชําระหนี้เป็นเงิน หรือมีการเรียกร้องให้ชําระหนี้เป็นเงินรวมอยู่ด้วย ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีคําพิพากษา จําเลยจะนําเงินมาวางศาลเต็มจํานวนที่เรียกร้อง หรือแต่บางส่วน หรือตามจํานวนเท่าที่ตนคิดว่าพอแก่จํานวนที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องก็ได้ ทั้งนี้ โดยยอมรับผิดหรือไม่ยอมรับผิดก็ได้
มาตรา ๑๓๖ วรรคหนึ่ง
ในกรณีที่จําเลยวางเงินต่อศาลโดยยอมรับผิด ถ้าโจทก์พอใจยอมรับเงินที่จําเลยวางโดยไม่ติดใจเรียกร้องมากกว่านั้น และคดีไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปอีก ให้ศาลพิพากษาคดีไปตามนั้น คําพิพากษานั้นเป็นที่สุด แต่ถ้าโจทก์ไม่พอใจในจํานวนเงินที่จําเลยวาง และยังติดใจที่จะดําเนินคดีเพื่อให้จําเลยต้องรับผิดในจํานวนเงินตามที่เรียกร้องต่อไปอีก จําเลยมีสิทธิถอนเงินที่วางไว้นั้นได้ โดยให้ถือเสมือนว่ามิได้มีการวางเงิน หรือจําเลยจะยอมให้โจทก์รับเงินนั้นไปก็ได้ ในกรณีหลังนี้ โจทก์จะรับเงินไปหรือไม่ก็ตาม จําเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในจํานวนเงินที่วาง แม้ว่าจําเลยมีความรับผิดตามกฎหมายจะต้องเสีย ทั้งนี้ นับแต่วันที่จําเลยยอมให้โจทก์รับเงินไป
มาตรา ๑๓๖ วรรคสอง
ในกรณีที่จําเลยวางเงินต่อศาลโดยไม่ยอมรับผิด จําเลยจะรับเงินนั้นคืนไปก่อนที่มีคําพิพากษาว่าจําเลยไม่ต้องรับผิดไม่ได้ การวางเงินเช่นว่านี้ ไม่เป็นเหตุระงับการเสียดอกเบี้ยหากจําเลยมีความรับผิดตามกฎหมายจะต้องเสีย
มาตรา ๑๓๗ วรรคหนึ่ง
ในคดีที่เรียกร้องให้ชําระหนี้อย่างอื่นนอกจากให้ชําระเงิน จําเลยชอบที่จะทําการชําระหนี้นั้นได้โดยแจ้งให้ศาลทราบในคําให้การหรือแถลงโดยหนังสือเป็นส่วนหนึ่งต่างหากก็ได้
มาตรา ๑๓๗ วรรคสอง
ถ้าโจทก์ยอมรับการชําระหนี้นั้นเป็นการพอใจเต็มตามที่เรียกร้องแล้ว ให้ศาลพิพากษาคดีไปตามนั้น และคําพิพากษานั้นให้เป็นที่สุด
มาตรา ๑๓๗ วรรคสาม
ถ้าโจทก์ไม่พอใจในการชําระหนี้เช่นว่านั้น โจทก์ชอบที่จะดําเนินคดีนั้นต่อไปได้
มาตรา ๑๓๘ วรรคหนึ่ง
ในคดีที่คู่ความตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนคําฟ้องนั้น และข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความกันนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ให้ศาลจดรายงานพิสดารแสดงข้อความแห่งข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความเหล่านั้นไว้ แล้วพิพากษาไปตามนั้น
มาตรา ๑๓๘ วรรคสอง (๑)
ห้ามมิให้อุทธรณ์คําพิพากษาเช่นว่านี้ เว้นแต่ในเหตุต่อไปนี้ (๑) เมื่อมีข้อกล่าวอ้างว่าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉ้อฉล
มาตรา ๑๓๘ วรรคสอง (๒)
ห้ามมิให้อุทธรณ์คําพิพากษาเช่นว่านี้ เว้นแต่ในเหตุต่อไปนี้ (๒) เมื่อคําพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่าเป็นการละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
มาตรา ๑๓๘ วรรคสอง (๓)
ห้ามมิให้อุทธรณ์คําพิพากษาเช่นว่านี้ เว้นแต่ในเหตุต่อไปนี้ (๓) เมื่อคําพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่ามิได้เป็นไปตามข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความ
มาตรา ๑๓๘ วรรคสาม
ถ้าคู่ความตกลงกันเพียงแต่ให้เสนอคดีต่ออนุญาโตตุลาการ ให้นําบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับ
มาตรา ๑๓๙
เมื่อคดีสองเรื่องหรือกว่านั้นขึ้นไปได้พิจารณารวมกันเพื่อสะดวกแก่การพิจารณา ศาลจะพิพากษาคดีเหล่านั้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งเสร็จการพิจารณาแล้วจึงพิพากษาเรื่องอื่น ๆ ต่อไปภายหลังก็ได้