Level 14 Level 16
Level 15

ลักษณะ ๖ หมวด ๓ ส่วนที่ ๑ การกำหนดและการชำระค่าฤชา


38 words 0 ignored

Ready to learn       Ready to review

Ignore words

Check the boxes below to ignore/unignore words, then click save at the bottom. Ignored words will never appear in any learning session.

All None

Ignore?
มาตรา ๑๔๙ วรรคหนึ่ง
ค่าฤชาธรรมเนียม ได้แก่ ค่าธรรมเนียมศาล ค่าสืบพยานหลักฐานนอกศาล ค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง และค่าเช่าที่พักของพยาน ผู้เชี่ยวชาญ ล่าม และเจ้าพนักงานศาล ค่าทนายความ ค่าใช้จ่ายในการดําเนินคดี ตลอดจนค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ บรรดาที่กฎหมายบังคับให้ชําระ
มาตรา ๑๔๙ วรรคสอง
ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ว่าด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ค่าธรรมเนียมศาลที่เป็นค่าขึ้นศาล ให้คู่ความผู้ยื่นคําฟ้องเป็นผู้ชําระเมื่อยื่นคําฟ้อง
มาตรา ๑๔๙ วรรคสาม
ค่าธรรมเนียมศาลนั้น ให้ชําระหรือนํามาวางศาลเป็นเงินสดหรือเช็คซึ่งธนาคารรับรอง โดยเจ้าพนักงานศาลออกใบรับให้ หรือตามวิธีการที่กําหนดไว้ในข้อกําหนดของประธานศาลฎีกา
มาตรา ๑๔๙ วรรคสี่
คําฟ้อง คําฟ้องอุทธรณ์ คําฟ้องฎีกา คําร้องสอด คําให้การ หรือคําร้องคําขออื่นซึ่งได้ยื่นต่อศาลพร้อมคําร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา ๑๕๖ ตลอดจนการดําเนินกระบวนพิจารณาในชั้นไต่สวนคําร้องดังกล่าว ไม่ต้องนําเงินค่าธรรมเนียมศาลและเงินวางศาลมาชําระ เว้นแต่ศาลจะได้ยกคําร้องนั้นเสีย
มาตรา ๑๕๐ วรรคหนึ่ง
ในคดีที่คําขอให้ปลดเปลื้องทุกข์นั้นอาจคํานวณเป็นราคาเงินได้ ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นตามจํานวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องหรือราคาทรัพย์สินที่พิพาท
มาตรา ๑๕๐ วรรคสอง
ค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกานั้น ถ้าจํานวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้องหรือราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาเป็นอย่างเดียวกับในศาลชั้นต้น ให้ผู้อุทธรณ์หรือผู้ฎีกาเสียตามจํานวนทุนทรัพย์หรือราคาเช่นเดียวกับในศาลชั้นต้น แต่ถ้าผู้อุทธรณ์หรือผู้ฎีกาได้รับความพอใจแต่บางส่วนตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลล่างแล้ว และจํานวนทุนทรัพย์หรือราคาทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาต่ํากว่าในศาลชั้นต้น ให้ผู้อุทธรณ์หรือผู้ฎีกาเสียค่าขึ้นศาลตามจํานวนทุนทรัพย์หรือราคาต่ํานั้น
มาตรา ๑๕๐ วรรคสาม
เมื่อได้ชําระค่าขึ้นศาลแล้ว ถ้าทุนทรัพย์แห่งคําฟ้องหรือคําฟ้องอุทธรณ์หรือคําฟ้องฎีกาทวีขึ้นโดยการยื่นคําฟ้องเพิ่มเติมหรือโดยประการอื่น ให้เรียกค่าขึ้นศาลเพิ่มขึ้นตามที่บัญญัติไว้ในตารางท้ายประมวลกฎหมายนี้เมื่อยื่นคําฟ้องเพิ่มเติมหรือภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควร แล้วแต่กรณี
มาตรา ๑๕๐ วรรคสี่
ถ้าเนื่องจากศาลได้มีคําสั่งให้พิจารณาคดีรวมกันหรือให้แยกคดีกัน คําฟ้องใดหรือข้อหาอันมีอยู่ในคําฟ้องใดจะต้องโอนไปยังศาลอื่น หรือจะต้องกลับยื่นต่อศาลนั้นใหม่ หรือต่อศาลอื่นเป็นคดีเรื่องหนึ่งต่างหาก ให้โจทก์ได้รับผ่อนผันไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลในการยื่น หรือกลับยื่นคําฟ้องหรือข้อหาเช่นว่านั้น เว้นแต่จํานวนทุนทรัพย์หรือราคาทรัพย์แห่งคําฟ้อง หรือข้อหานั้นจะได้ทวีขึ้น ในกรณีเช่นนี้ ค่าขึ้นศาลเฉพาะที่ทวีขึ้นให้คํานวณและชําระตามที่บัญญัติไว้ในวรรคก่อน
มาตรา ๑๕๐ วรรคห้า
ในกรณีที่บุคคลซึ่งเป็นคู่ความร่วมในคดีที่มูลความแห่งคดีเป็นการชําระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ต่างยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาแยกกัน โดยต่างได้เสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาตามความในวรรคสอง หากค่าขึ้นศาลดังกล่าวเมื่อรวมกันแล้วมีจํานวนสูงกว่าค่าขึ้นศาลที่คู่ความเหล่านั้นต้องชําระในกรณีที่ยื่นอุทธรณ์หรือฎีการ่วมกัน ให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี มีคําสั่งคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่คู่ความเหล่านั้นตามส่วนของค่าขึ้นศาลที่คู่ความแต่ละคนได้ชําระไปในเวลาที่ศาลนั้นมีคําพิพากษาหรือคําสั่ง
มาตรา ๑๕๑ วรรคหนึ่ง
ในกรณีที่ศาลมีคําสั่งไม่รับคําฟ้องหรือในกรณีที่มีการอุทธรณ์ หรือฎีกาหรือมีคําขอให้พิจารณาใหม่ ถ้าศาลไม่รับอุทธรณ์หรือฎีกาหรือคําขอให้พิจารณาใหม่ หรือศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกามีคําสั่งให้ยกอุทธรณ์หรือฎีกาโดยยังมิได้วินิจฉัยประเด็นแห่งอุทธรณ์หรือฎีกานั้น ให้ศาลมีคําสั่งให้คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด
มาตรา ๑๕๑ วรรคสอง
เมื่อได้มีการถอนคําฟ้อง หรือเมื่อศาลได้ตัดสินให้ยกคําฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ หรือเมื่อคดีนั้นได้เสร็จเด็ดขาดลงโดยสัญญาหรือการประนีประนอมยอมความหรือการพิพากษาตามคําชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ให้ศาลมีอํานาจที่จะสั่งคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด หรือบางส่วนแก่คู่ความซึ่งได้เสียไว้ได้ตามที่เห็นสมควร
มาตรา ๑๕๑ วรรคสาม
ในกรณีที่มีการทิ้งฟ้องหรือศาลสั่งจําหน่ายคดีในกรณีอื่น ให้ศาลมีอํานาจที่จะสั่งคืนค่าขึ้นศาลบางส่วนได้ตามที่เห็นสมควร
มาตรา ๑๕๑ วรรคสี่
ถ้าศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกามีคําสั่งให้ส่งสํานวนความคืนไปยังศาลล่างเพื่อตัดสินใหม่หรือเพื่อพิจารณาใหม่ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๓ ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกามีอํานาจที่จะยกเว้นมิให้คู่ความต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในการดําเนินกระบวนพิจารณาใหม่ หรือในการที่จะยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาคัดค้านคําพิพากษาใหม่ของศาลล่างได้ตามที่เห็นสมควร
มาตรา ๑๕๒ วรรคหนึ่ง
ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากค่าขึ้นศาล ให้คู่ความผู้ดําเนินกระบวนพิจารณาเป็นผู้ชําระเมื่อมีการดําเนินกระบวนพิจารณานั้นหรือภายในเวลาที่กฎหมายกําหนดหรือที่ศาลมีคําสั่ง ถ้าศาลเป็นผู้สั่งให้ดําเนินกระบวนพิจารณาใด ให้ศาลกําหนดผู้ซึ่งจะต้องชําระค่าฤชาธรรมเนียมในการดําเนินกระบวนพิจารณานั้น รวมทั้งระยะเวลาที่ต้องชําระไว้ด้วย
มาตรา ๑๕๒ วรรคสอง
ถ้าผู้ซึ่งจะต้องชําระค่าฤชาธรรมเนียมตามวรรคหนึ่งไม่ชําระ ศาลจะสั่งให้งดหรือเพิกถอนกระบวนพิจารณานั้น หรือจะสั่งให้คู่ความฝ่ายอื่นเป็นผู้ชําระค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าวก็ได้หากคู่ความฝ่ายนั้นยินยอม
มาตรา ๑๕๓ วรรคหนึ่ง
ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี ได้แก่ ค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี ค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง และค่าเช่าที่พักของเจ้าพนักงานบังคับคดีตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการบังคับคดีบรรดาที่กฎหมายบังคับให้ชําระ
มาตรา ๑๕๓ วรรคสอง
ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี ให้เจ้าหนี้ผู้ขอบังคับคดีนั้นเป็นผู้ชําระ
มาตรา ๑๕๓ วรรคสาม
การชําระค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีออกใบรับให้
มาตรา ๑๕๓ วรรคสี่
ในกรณีที่มีการเข้าดําเนินการบังคับคดีต่อไปตามมาตรา ๓๒๗ หรือมาตรา ๓๒๙ (๒) ให้เจ้าหนี้ผู้เข้าดําเนินการบังคับคดีต่อไปเป็นผู้ชําระค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีเฉพาะทรัพย์สินในส่วนที่ดําเนินการบังคับคดีต่อไป
มาตรา ๑๕๓/๑
ค่าฤชาธรรมเนียมตามมาตรา ๑๔๙ และค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีตามมาตรา ๑๕๓ ให้ชําระตามวิธีการและอัตราที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้หรือตามวิธีการและอัตราที่มีกฎหมายอื่นบังคับไว้
มาตรา ๑๕๔ วรรคหนึ่ง
เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอํานาจที่จะสั่งให้เจ้าหนี้ผู้ขอบังคับคดีวางเงินค่าใช้จ่ายเพื่อปฏิบัติตามวิธีการเพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างการพิจารณา หรือวางเงินค่าใช้จ่ายเพื่อบังคับให้เป็นไปตามคําพิพากษาหรือคําสั่งได้ตามจํานวนที่เห็นจําเป็น ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าจํานวนเงินที่วางไว้นั้นจะไม่พอ ก็ให้แจ้งให้เจ้าหนี้ผู้ขอบังคับคดีวางเงินเพิ่มขึ้นอีกได้
มาตรา ๑๕๔ วรรคสอง
ถ้าเจ้าหนี้ผู้ขอบังคับคดีเห็นว่าการวางเงินตามวรรคหนึ่งไม่จําเป็นหรือมากเกินไป ก็อาจยื่นคําร้องต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเพื่อขอให้ศาลมีคําสั่งได้ คําสั่งดังกล่าวให้เป็นที่สุด
มาตรา ๑๕๔ วรรคสาม
ถ้าเจ้าหนี้ผู้ขอบังคับคดีไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งศาลตามวรรคสอง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีไว้จนกว่าเจ้าหนี้ผู้ขอบังคับคดีนั้นจะได้ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือศาล แล้วแต่กรณี
มาตรา ๑๕๔ วรรคสี่
บทบัญญัติมาตรานี้ให้ใช้บังคับแก่เจ้าหนี้ผู้เข้าดําเนินการบังคับคดีต่อไปตามมาตรา ๓๒๗ และมาตรา ๓๒๙ (๒) โดยอนุโลม
มาตรา ๑๕๕
คู่ความซึ่งไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลอาจยื่นคําร้องต่อศาลขอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องหรือต่อสู้คดีในศาลชั้นต้นหรือชั้นอุทธรณ์หรือชั้นฎีกาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๕๖ และมาตรา ๑๕๖/๑
มาตรา ๑๕๖ วรรคหนึ่ง
ผู้ใดมีความจํานงจะขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องหรือต่อสู้คดี ให้ยื่นคําร้องต่อศาลชั้นต้นที่จะฟ้องหรือได้ฟ้องคดีไว้นั้นพร้อมกับคําฟ้อง คําฟ้องอุทธรณ์ คําฟ้องฎีกา คําร้องสอด หรือคําให้การ แล้วแต่กรณี แต่ถ้าบุคคลนั้นตกเป็นผู้ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลในภายหลัง จะยื่นคําร้องในเวลาใด ๆ ก็ได้
มาตรา ๑๕๖ วรรคสอง
การยื่นคําร้องตามวรรคหนึ่ง ผู้ร้องอาจเสนอพยานหลักฐานไปพร้อมคําร้องและหากศาลเห็นสมควรไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็ให้ดําเนินการไต่สวนโดยเร็วเท่าที่จําเป็น ทั้งนี้ ศาลจะมีคําสั่งให้งดการดําเนินกระบวนพิจารณาคดีนั้นไว้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราวจนกว่าการพิจารณาสั่งคําร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะถึงที่สุดก็ได้ตามที่ศาลเห็นสมควร
มาตรา ๑๕๖/๑ วรรคหนึ่ง
เมื่อศาลพิจารณาคําร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลเสร็จแล้วให้ศาลมีคําสั่งโดยเร็ว โดยศาลจะมีคําสั่งอนุญาตทั้งหมดหรือแต่เฉพาะบางส่วน หรือยกคําร้องนั้นเสียก็ได้
มาตรา ๑๕๖/๑ วรรคสอง
ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคําร้องเช่นว่านั้น เว้นแต่จะเป็นที่เชื่อได้ว่าผู้ร้องไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลหรือหากผู้ร้องไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควรเมื่อพิจารณาถึงสถานะของผู้ร้อง และในกรณีผู้ร้องเป็นโจทก์หรือผู้อุทธรณ์หรือฎีกา การฟ้องร้องหรืออุทธรณ์หรือฎีกานั้นมีเหตุผลอันสมควรด้วย
มาตรา ๑๕๖/๑ วรรคสาม
เมื่อคู่ความคนใดได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องหรือต่อสู้คดีในศาลชั้นต้นแล้วยื่นคําร้องเช่นว่านั้นในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา แล้วแต่กรณี อีก ให้ถือว่าคู่ความนั้นยังคงไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาลหรือหากไม่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลแล้วจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควรอยู่ เว้นแต่จะปรากฏต่อศาลเป็นอย่างอื่น
มาตรา ๑๕๖/๑ วรรคสี่
ในกรณีที่ศาลมีคําสั่งอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แต่เฉพาะบางส่วน หรือมีคําสั่งให้ยกคําร้อง ผู้ขออาจอุทธรณ์คําสั่งนั้นต่อศาลได้ภายในกําหนดเจ็ดวันนับแต่วันมีคําสั่ง คําสั่งของศาลอุทธรณ์เช่นว่านี้ให้เป็นที่สุด
มาตรา ๑๕๗
เมื่อศาลอนุญาตให้บุคคลใดได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในศาลใด บุคคลนั้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในการดําเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้น ค่าธรรมเนียมเช่นว่านี้ให้รวมถึงเงินวางศาลในการยื่นฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกา ถ้าเป็นกรณีที่ศาลอนุญาตในระหว่างการพิจารณา การยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลนั้นให้ใช้บังคับแต่เฉพาะค่าธรรมเนียมศาลและเงินวางศาลที่จะต้องเสียหรือวางภายหลังคําสั่งอนุญาตเท่านั้น ส่วนค่าธรรมเนียมศาลหรือเงินวางศาลที่เสียหรือวางไว้ก่อนคําสั่งเช่นว่านั้นเป็นอันไม่ต้องคืน
มาตรา ๑๕๘
ถ้าศาลเห็นว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเป็นผู้รับผิดเสียค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนของคู่ความทั้งสองฝ่าย ให้ศาลพิพากษาในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม โดยสั่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้นชําระต่อศาลในนามของผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลซึ่งค่าธรรมเนียมศาลที่ผู้นั้นได้รับยกเว้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วนตามที่ศาลเห็นสมควร
มาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง
ถ้าปรากฏต่อศาลว่าผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลนั้นสามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ตั้งแต่เวลาที่ยื่นคําร้องตามมาตรา ๑๕๖ หรือในภายหลังก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี ให้ศาลมีคําสั่งให้บุคคลนั้นชําระค่าธรรมเนียมศาลที่ได้รับยกเว้นต่อศาลภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกําหนดก็ได้ หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ศาลมีคําสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลนั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไว้รอคําวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม
มาตรา ๑๕๙ วรรคสอง (๑)
ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลเห็นว่า (๑) ค่าฤชาธรรมเนียมจะเป็นพับแก่คู่ความทั้งสองฝ่าย ให้ศาลมีคําสั่งให้เอาชําระค่าธรรมเนียมศาลที่ผู้นั้นได้รับยกเว้น จากทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดดังที่กล่าวไว้ในวรรคหนึ่งตามจํานวนที่ศาลเห็นสมควร
มาตรา ๑๕๙ วรรคสอง (๒)
ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลเห็นว่า (๒) คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องชําระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแทนผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ให้ศาลมีคําสั่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้นชําระค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลในนามของผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล แต่ถ้าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้นไม่ปฏิบัติตามคําสั่ง ให้ศาลเอาชําระค่าธรรมเนียมศาลนั้นจากทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดดังที่กล่าวไว้ในวรรคหนึ่งตามจํานวนที่ศาลเห็นสมควร หรือ
มาตรา ๑๕๙ วรรคสอง (๓)
ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลเห็นว่า (๓) ผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะต้องชําระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ให้ศาลมีคําสั่งให้เอาชําระค่าฤชาธรรมเนียมนั้นจากทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดดังที่กล่าวไว้ในวรรคหนึ่ง ส่วนค่าธรรมเนียมศาลที่ผู้นั้นได้รับยกเว้น ให้เอาชําระจากทรัพย์สินที่เหลือ ถ้าหากมี ตามจํานวนที่ศาลเห็นสมควร
มาตรา ๑๖๐
ถ้าผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลประพฤติตนไม่เรียบร้อย เช่น ดําเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรําคาญถึงขนาด หรือกระทําความผิดฐานละเมิดอํานาจศาลหรือจงใจประวิงความเรื่องนั้น ศาลจะถอนการอนุญาตเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ และบุคคลเช่นว่านั้นจําต้องรับผิดเสียค่าฤชาธรรมเนียมสําหรับกระบวนพิจารณาภายหลังที่ศาลได้ถอนการอนุญาตนั้นแล้ว