Level 15
Level 16

ลักษณะ ๖ หมวด ๓ ส่วนที่ ๒ ความรับผิดชั้นที่สุดในค่


23 words 0 ignored

Ready to learn       Ready to review

Ignore words

Check the boxes below to ignore/unignore words, then click save at the bottom. Ignored words will never appear in any learning session.

All None

Ignore?
มาตรา ๑๖๑ วรรคหนึ่ง
ภายใต้บังคับบทบัญญัติห้ามาตราต่อไปนี้ ให้คู่ความฝ่ายที่แพ้คดีเป็นผู้รับผิดในชั้นที่สุดสําหรับค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง แต่ไม่ว่าคู่ความฝ่ายใดจะชนะคดีเต็มตามข้อหาหรือแต่บางส่วน ศาลมีอํานาจที่จะพิพากษาให้คู่ความฝ่ายที่ชนะคดีนั้นรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง หรือให้คู่ความแต่ละฝ่ายรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมส่วนของตนหรือตามส่วนแห่งค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งคู่ความทุกฝ่ายได้เสียไปก่อนได้ตามที่ศาลจะใช้ดุลพินิจ โดยคํานึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการดําเนินคดี
มาตรา ๑๖๑ วรรคสอง
คดีที่ไม่มีข้อพิพาทให้ฝ่ายเริ่มคดีเป็นผู้เสียค่าฤชาธรรมเนียม
มาตรา ๑๖๒
บุคคลที่เป็นโจทก์ร่วมกันหรือจําเลยร่วมกันนั้น หาต้องรับผิดร่วมกันในค่าฤชาธรรมเนียมไม่ หากต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่จะได้เป็นเจ้าหนี้ร่วมหรือลูกหนี้ร่วม หรือศาลได้มีคําสั่งเป็นอย่างอื่น
มาตรา ๑๖๓
ถ้าคดีได้เสร็จเด็ดขาดลงโดยการตกลงหรือการประนีประนอมยอมความหรืออนุญาโตตุลาการ คู่ความแต่ละฝ่ายย่อมรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนการดําเนินกระบวนพิจารณาของตน เว้นแต่คู่ความจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา ๑๖๔ วรรคหนึ่ง
ในกรณีที่วางเงินต่อศาลตามมาตรา ๑๓๕, ๑๓๖ นั้น จําเลยไม่ต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมแห่งจํานวนเงินที่วางนั้นอันเกิดขึ้นภายหลัง
มาตรา ๑๖๔ วรรคสอง
ถ้าโจทก์ยอมรับเงินที่วางต่อศาลเป็นการพอใจเต็มตามที่เรียกร้องแล้ว จําเลยต้องเป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียม
มาตรา ๑๖๔ วรรคสาม
ถ้าโจทก์ยอมรับเงินที่วางต่อศาลนั้นเป็นการพอใจเพียงส่วนหนึ่งแห่งจํานวนเงินที่เรียกร้อง และดําเนินคดีต่อไป จําเลยต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียม เว้นแต่ศาลจะได้พิพากษาให้โจทก์แพ้คดี ในกรณีเช่นนี้โจทก์ต้องเป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสิ้นอันเกิดแต่การที่ตนไม่ยอมรับเงินที่วางต่อศาลเป็นการพอใจตามที่เรียกร้อง
มาตรา ๑๖๕ วรรคหนึ่ง
ในกรณีที่มีการชําระหนี้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๗ ถ้าโจทก์ยอมรับการชําระหนี้นั้นเป็นการพอใจเต็มตามที่เรียกร้องแล้ว จําเลยต้องเป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียม เว้นแต่ศาลจะเห็นสมควรมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น
มาตรา ๑๖๕ วรรคสอง
ถ้าโจทก์ไม่พอใจในการชําระหนี้เช่นว่านั้น และดําเนินคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมให้อยู่ในดุลพินิจของศาล แต่ถ้าศาลเห็นว่าการชําระหนี้นั้นเป็นการพอใจเต็มตามที่โจทก์เรียกร้องแล้ว ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสิ้นอันเกิดแต่การที่โจทก์ปฏิเสธไม่ยอมรับชําระหนี้นั้น โจทก์ต้องเป็นผู้รับผิด
มาตรา ๑๖๖
คู่ความฝ่ายใดทําให้ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในกระบวนพิจารณาใด ๆ ที่ได้ดําเนินไปโดยไม่จําเป็น หรือมีลักษณะประวิงคดี หรือที่ต้องดําเนินไปเพราะความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คู่ความฝ่ายนั้นต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมนั้น โดยมิพักคํานึงว่าคู่ความฝ่ายนั้นจักได้ชนะคดีหรือไม่
มาตรา ๑๖๗ วรรคหนึ่ง
คําสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมนั้น ไม่ว่าคู่ความทั้งปวงหรือแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จักมีคําขอหรือไม่ก็ดี ให้ศาลสั่งลงไว้ในคําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาดคดีหรือในคําสั่งจําหน่ายคดีออกสารบบความ แล้วแต่กรณี แต่ถ้าเพื่อชี้ขาดตัดสินคดีใด ศาลได้มีคําสั่งอย่างใดในระหว่างการพิจารณา ศาลจะมีคําสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมสําหรับกระบวนพิจารณาที่เสร็จไปในคําสั่งฉบับนั้น หรือในคําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาดคดีก็ได้แล้วแต่จะเลือก
มาตรา ๑๖๗ วรรคสอง
ในกรณีที่มีข้อพิพาทในเรื่องที่ไม่เป็นประเด็นในคดี ให้ศาลมีคําสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมสําหรับข้อพิพาทเช่นว่านี้ในคําสั่งชี้ขาดข้อพิพาทนั้น
มาตรา ๑๖๗ วรรคสาม
ในกรณีที่มีการพิจารณาใหม่ ให้ศาลมีอํานาจที่จะสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมสําหรับการพิจารณาครั้งแรก และการพิจารณาใหม่ในคําพิพากษาหรือคําสั่งได้
มาตรา ๑๖๘
ในกรณีคู่ความอาจอุทธรณ์ หรือฎีกาคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลได้นั้น ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์หรือฎีกาในปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแต่อย่างเดียว เว้นแต่อุทธรณ์หรือฎีกานั้นจะได้ยกเหตุว่า ค่าฤชาธรรมเนียมนั้นมิได้กําหนดหรือคํานวณให้ถูกต้องตามกฎหมาย
มาตรา ๑๖๙
เมื่อมีคําวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแล้ว ให้หัวหน้าสํานักงานประจําศาลยุติธรรมชั้นต้นทําบัญชีแสดงค่าฤชาธรรมเนียมที่คู่ความทุกฝ่ายได้เสียไปโดยลําดับ และจํานวนที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายจะต้องรับผิดตามคําวินิจฉัยชี้ขาดของศาล คู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอาจขอสําเนาบัญชีเช่นว่านั้นได้
มาตรา ๑๖๙/๑ วรรคหนึ่ง
ถ้าบุคคลซึ่งต้องชําระค่าฤชาธรรมเนียมค้างชําระค่าฤชาธรรมเนียมต่อศาลก็ดี หรือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ดี หรือต่อบุคคลอื่นที่มิใช่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาก็ดี ศาล เจ้าพนักงานบังคับคดี หรือบุคคลเช่นว่านั้นอาจบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของบุคคลนั้นเสมือนหนึ่งเป็นลูกหนี้ตามคําพิพากษาเพื่อชําระค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าวได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าหัวหน้าสํานักงานประจําศาลยุติธรรมชั้นต้น เจ้าพนักงานบังคับคดี หรือบุคคลที่มีสิทธิได้รับค่าฤชาธรรมเนียมนั้น แล้วแต่กรณี เป็นเจ้าหนี้ตามคําพิพากษา
มาตรา ๑๖๙/๑ วรรคสอง
การบังคับคดีตามวรรคหนึ่ง ให้ได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีทั้งปวง แต่หากยังมีเงินที่ได้จากการบังคับคดีคงเหลือภายหลังชําระให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับ ให้หักค่าฤชาธรรมเนียมที่ได้รับยกเว้นดังกล่าวไว้จากเงินนั้น
มาตรา ๑๖๙/๒ วรรคหนึ่ง
ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา ๑๖๙/๓ ให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษาเป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี โดยให้หักออกจากเงินที่ได้จากการยึด อายัด ขาย หรือจําหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือจากเงินที่ลูกหนี้ตามคําพิพากษาได้วางไว้
มาตรา ๑๖๙/๒ วรรคสอง
ในกรณีที่มีการบังคับคดีแก่ผู้ประกันในศาล ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีในส่วนนั้นให้หักออกจากเงินที่ได้จากการบังคับคดีตามสัญญาประกัน
มาตรา ๑๖๙/๒ วรรคสาม
ในกรณีที่มีการบังคับคดีตามคําพิพากษาให้แบ่งกรรมสิทธิ์รวมหรือมรดกให้เจ้าของรวมหรือทายาทผู้ได้รับส่วนแบ่งทุกคนเป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีโดยให้หักออกจากเงินที่ได้จากการขายหรือจําหน่ายทรัพย์สินอันเป็นกรรมสิทธิ์รวมหรือทรัพย์มรดกนั้น
มาตรา ๑๖๙/๒ วรรคสี่
ในกรณีที่มีการถอนการบังคับคดีนอกจากกรณีตามมาตรา ๒๙๒ (๑) และ (๕) ให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาผู้ขอยึดหรืออายัดทรัพย์สินเป็นผู้รับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี
มาตรา ๑๖๙/๓ วรรคหนึ่ง
บุคคลใดทําให้ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีส่วนใดโดยไม่จําเป็นหรือมีลักษณะประวิงการบังคับคดี หรือที่ต้องดําเนินไปเพราะความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือเพราะบังคับคดีไปโดยไม่สุจริตก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง ผู้ที่ได้รับความเสียหาย หรือลูกหนี้ตามคําพิพากษา แล้วแต่กรณี อาจยื่นคําร้องต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่วันทราบพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น เพื่อให้ศาลมีคําสั่งให้บุคคลเช่นว่านั้นรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าว
มาตรา ๑๖๙/๓ วรรคสอง
คําสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ และคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด