Level 7 Level 9
Level 8

ลักษณะ ๔ การยื่นและส่งคำคู่ความและเอกสาร


49 words 0 ignored

Ready to learn       Ready to review

Ignore words

Check the boxes below to ignore/unignore words, then click save at the bottom. Ignored words will never appear in any learning session.

All None

Ignore?
มาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง
เมื่อประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติว่า เอกสารใดจะต้องส่งให้แก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง (เช่นคําคู่ความที่ทําโดยคําฟ้อง คําให้การหรือคําร้องหรือคําขอโดยทําเป็นคําร้อง หมายเรียกหรือหมายอื่น ๆ สําเนาคําแถลงการณ์ หรือสําเนาพยานเอกสาร ฯลฯ) เอกสารนั้นต้องทําขึ้นให้ปรากฏข้อความแน่ชัดถึงตัวบุคคลและมีรายการต่อไปนี้ (๑) ชื่อศาลที่จะรับคําฟ้อง หรือถ้าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณา ชื่อของศาลนั้นและเลขหมายคดี (๒) ชื่อคู่ความในคดี (๓) ชื่อคู่ความหรือบุคคล ซึ่งจะเป็นผู้รับคําคู่ความหรือเอกสารนั้น (๔) ใจความ และเหตุผลถ้าจําเป็นแห่งคําคู่ความหรือเอกสาร (๕) วัน เดือน ปี ของคําคู่ความ หรือเอกสารและลายมือชื่อของเจ้าพนักงาน คู่ความ หรือบุคคลซึ่งเป็นผู้ยื่นหรือเป็นผู้ส่ง
มาตรา ๖๗ วรรคสอง
ในการยื่นหรือส่งคําคู่ความ หรือเอกสารอื่นใดอันจะต้องทําตามแบบพิมพ์ที่จัดไว้ เจ้าพนักงาน คู่ความ หรือบุคคลผู้เกี่ยวข้องจะต้องใช้กระดาษแบบพิมพ์นั้น ส่วนราคากระดาษแบบพิมพ์นั้นให้เรียกตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะได้กําหนดไว้
มาตรา ๖๗ วรรคสาม
เพื่อประโยชน์แห่งประมวลกฎหมายนี้ ให้เรียกนิติบุคคลตามชื่อหรือตามชื่อที่จดทะเบียนและภูมิลําเนาหรือสํานักทําการงานของนิติบุคคลนั้น ให้ถือเอาสํานักงานหรือสํานักงานแห่งใหญ่ซึ่งอยู่ภายในเขตศาลที่จะยื่นฟ้องคดีหรือที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา
มาตรา ๖๘
การยื่นและส่งคําคู่ความและเอกสารในลักษณะนี้ไม่ว่าการนั้นจะเป็นโดยคู่ความฝ่ายใดทําต่อศาลหรือต่อคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง หรือศาลทําต่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทุกฝ่าย รวมทั้งการแจ้งคําสั่งของศาลหรือข้อความอย่างอื่นไปยังคู่ความหรือบุคคลอื่นใด อาจดําเนินการโดยทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นใดก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดไว้ในข้อกําหนดของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และเมื่อข้อกําหนดนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
มาตรา ๖๙
การยื่นคําคู่ความ หรือเอกสารอื่นใดต่อศาลนั้น ให้กระทําได้โดยส่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาล หรือยื่นต่อศาลในระหว่างนั่งพิจารณา
มาตรา ๗๐ วรรคหนึ่ง (๑)
บรรดาคําฟ้อง หมายเรียกและหมายอื่น ๆ คําสั่ง คําบังคับของศาลในกรณีต้องส่งคําบังคับ ให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งให้แก่คู่ความหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง แต่ว่า (๑) หมายเรียกพยาน ให้คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานนั้นเป็นผู้ส่งโดยตรง เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่นหรือพยานปฏิเสธไม่ยอมรับหมาย ในกรณีเช่นว่านี้ให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่ง
มาตรา ๗๐ วรรคหนึ่ง (๒)
บรรดาคําฟ้อง หมายเรียกและหมายอื่น ๆ คําสั่ง คําบังคับของศาลในกรณีต้องส่งคําบังคับ ให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งให้แก่คู่ความหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง แต่ว่า (๒) คําสั่งของศาล รวมทั้งคําสั่งกําหนดวันนั่งพิจารณาหรือสืบพยาน แล้วแต่กรณี หรือคําสั่งให้เลื่อนคดี ถ้าคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นอยู่ในศาลในเวลาที่มีคําสั่งและได้ลงลายมือชื่อรับรู้ไว้ ให้ถือว่าได้ส่งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
มาตรา ๗๐ วรรคสอง
คําฟ้องนั้น ให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมในการส่ง ส่วนการนําส่งนั้นโจทก์จะนําส่งหรือไม่ก็ได้ เว้นแต่ศาลจะสั่งให้โจทก์มีหน้าที่จัดการนําส่ง ส่วนหมายเรียก หมายอื่น ๆ คําสั่งของศาลที่ได้ออกตามคําขอของคู่ความฝ่ายใด ถ้าศาลมิได้สั่งให้จัดการนําส่งด้วย ก็ให้คู่ความฝ่ายนั้นเพียงแต่เสียค่าธรรมเนียมในการส่ง ในกรณีอื่น ๆ ให้เป็นหน้าที่ของศาลที่จะจัดการส่งให้แก่คู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
มาตรา ๗๑ วรรคหนึ่ง
คําให้การนั้น ให้ฝ่ายที่ให้การนําต้นฉบับยื่นไว้ต่อศาลพร้อมด้วยสําเนาสําหรับให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง หรือคู่ความอื่น ๆ รับไปโดยทางเจ้าพนักงานศาล
มาตรา ๗๑ วรรคสอง
คําร้องเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมคําให้การนั้น ให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ โดยฝ่ายที่ยื่นคําร้องเป็นผู้มีหน้าที่จัดการนําส่ง
มาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง
คําร้องและคําแถลงการณ์ซึ่งได้ยื่นต่อศาลภายในเวลาที่กฎหมายหรือศาลกําหนดไว้ หรือโดยข้อตกลงของคู่ความตามที่ศาลจดลงไว้ในรายงานนั้น ให้ผู้ยื่นคําร้องหรือคําแถลงการณ์นําต้นฉบับยื่นไว้ต่อศาลพร้อมด้วยสําเนาเพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมารับไปโดยทางเจ้าพนักงานศาล
มาตรา ๗๒ วรรคสอง
บรรดาคําร้องอื่น ๆ ให้ยื่นต่อศาลพร้อมด้วยสําเนา เพื่อส่งให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง และถ้าศาลกําหนดให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งสําเนาเช่นว่านั้น ก็ให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งโดยให้คู่ความฝ่ายที่ยื่นคําร้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
มาตรา ๗๒ วรรคสาม (๑)
บรรดาเอกสารอื่น ๆ เช่นสําเนาคําแถลงการณ์หรือสําเนาพยานเอกสารนั้น ให้ส่งแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยวิธีใดวิธีหนึ่งในสองวิธีดังต่อไปนี้ (๑) โดยคู่ความฝ่ายที่ต้องส่งนั้น ส่งสําเนาให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเอง แล้วส่งใบรับต่อศาลพร้อมกับต้นฉบับนั้น ๆ ใบรับนั้นจะทําโดยวิธีลงไว้ในต้นฉบับว่าได้รับสําเนาแล้ว และลงลายมือชื่อผู้รับกับวัน เดือน ปี ที่ได้รับก็ได้ หรือ
มาตรา ๗๒ วรรคสาม (๒)
บรรดาเอกสารอื่น ๆ เช่นสําเนาคําแถลงการณ์หรือสําเนาพยานเอกสารนั้น ให้ส่งแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยวิธีใดวิธีหนึ่งในสองวิธีดังต่อไปนี้ (๒) โดยคู่ความฝ่ายที่ต้องส่งนั้นนําสําเนายื่นไว้ต่อศาลพร้อมกับต้นฉบับ แล้วขอให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้นําส่งให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในกรณีเช่นนี้ ผู้ขอต้องไปกับเจ้าพนักงานศาลและเสียค่าธรรมเนียมในการส่งนั้นด้วย
มาตรา ๗๓ วรรคหนึ่ง
ถ้าคําคู่ความหรือเอกสารอื่นใดจะต้องให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งเมื่อคู่ความผู้มีหน้าที่ต้องส่งได้ร้องขอ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการส่งโดยเร็วเท่าที่จะทําได้ เพื่อการนี้ พนักงานผู้ส่งหมายจะให้ผู้ขอหรือบุคคลที่ผู้ขอเห็นสมควรไปด้วยเพื่อชี้ตัวคู่ความหรือบุคคลผู้รับหรือเพื่อค้นหาภูมิลําเนาหรือสํานักทําการงานของผู้รับก็ได้
มาตรา ๗๓ วรรคสอง
ในกรณีที่ต้องส่งคําคู่ความหรือเอกสารอื่นใดไปตามคําสั่งของศาล ซึ่งบุคคลอื่นหรือคู่ความไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการส่งนั้น ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลจะดําเนินการส่ง
มาตรา ๗๓ ทวิ
คําคู่ความหรือเอกสารที่เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งไม่ว่าการส่งนั้นจะเป็นหน้าที่ของศาลจัดการส่งเองหรือคู่ความมีหน้าที่จัดการนําส่งก็ตาม ศาลอาจสั่งให้ส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือโดยทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษในประเทศก็ได้ โดยให้คู่ความฝ่ายที่มีหน้าที่นําส่งเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าคําคู่ความหรือเอกสารที่ส่งโดยเจ้าพนักงานไปรษณีย์ มีผลเสมือนเจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งและให้นําบทบัญญัติมาตรา ๗๔ มาตรา ๗๖ และมาตรา ๗๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๗๔
การส่งคําคู่ความหรือเอกสารอื่นใดโดยเจ้าพนักงานศาลนั้นให้ปฏิบัติ ดังนี้ (๑) ให้ส่งในเวลากลางวันระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และ (๒) ให้ส่งแก่คู่ความหรือบุคคลซึ่งระบุไว้ในคําคู่ความหรือเอกสาร ณ ภูมิลําเนาหรือสํานักทําการงานของคู่ความหรือบุคคลนั้น แต่ให้อยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติหกมาตราต่อไปนี้
มาตรา ๗๕
การส่งคําคู่ความหรือเอกสารอื่นใดให้แก่ทนายความที่คู่ความตั้งแต่งให้ว่าคดี หรือให้แก่บุคคลที่ทนายความเช่นว่านั้นได้ตั้งแต่ง เพื่อกระทํากิจการอย่างใด ๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา ๖๔ นั้น ให้ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมาย
มาตรา ๗๖ วรรคหนึ่ง
เมื่อเจ้าพนักงานศาลไม่พบคู่ความหรือบุคคลที่จะส่งคําคู่ความหรือเอกสาร ณ ภูมิลําเนาหรือสํานักทําการงานของบุคคลนั้น ๆ ถ้าได้ส่งคําคู่ความหรือเอกสารให้แก่บุคคลใด ๆ ที่มีอายุเกินยี่สิบปี ซึ่งอยู่หรือทํางานในบ้านเรือนหรือที่สํานักทําการงานที่ปรากฏว่าเป็นของคู่ความหรือบุคคลนั้น หรือได้ส่งคําคู่ความหรือเอกสารนั้นตามข้อความในคําสั่งของศาลให้ถือว่าเป็นการเพียงพอที่จะฟังว่าได้มีการส่งคําคู่ความหรือเอกสารถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
มาตรา ๗๖ วรรคสอง
ในกรณีเช่นว่ามานี้ การส่งคําคู่ความหรือเอกสารแก่คู่ความฝ่ายใด ห้ามมิให้ส่งแก่คู่ความฝ่ายปรปักษ์เป็นผู้รับไว้แทน
มาตรา ๗๗ (๑)
การส่งคําคู่ความหรือเอกสารอื่นใดโดยเจ้าพนักงานศาลไปยังที่อื่นนอกจากภูมิลําเนา หรือสํานักทําการงานของคู่ความหรือของบุคคลซึ่งระบุไว้ในคําคู่ความ หรือเอกสารนั้น ให้ถือว่าเป็นการถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อ (๑) คู่ความหรือบุคคลนั้นยอมรับคําคู่ความหรือเอกสารนั้นไว้ หรือ
มาตรา ๗๗ (๒)
การส่งคําคู่ความหรือเอกสารอื่นใดโดยเจ้าพนักงานศาลไปยังที่อื่นนอกจากภูมิลําเนา หรือสํานักทําการงานของคู่ความหรือของบุคคลซึ่งระบุไว้ในคําคู่ความ หรือเอกสารนั้น ให้ถือว่าเป็นการถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อ (๒) การส่งคําคู่ความหรือเอกสารนั้นได้กระทําในศาล
มาตรา ๗๘
ถ้าคู่ความหรือบุคคลที่ระบุไว้ในคําคู่ความหรือเอกสารปฏิเสธไม่ยอมรับคําคู่ความหรือเอกสารนั้นจากเจ้าพนักงานศาลโดยปราศจากเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานนั้นชอบที่จะขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่มีอํานาจหรือเจ้าพนักงานตํารวจไปด้วยเพื่อเป็นพยาน และถ้าคู่ความหรือบุคคลนั้นยังคงปฏิเสธไม่ยอมรับอยู่อีก ก็ให้วางคําคู่ความหรือเอกสารไว้ ณ ที่นั้น เมื่อได้ทําดังนี้แล้วให้ถือว่าการส่งคําคู่ความหรือเอกสารนั้นเป็นการถูกต้องตามกฎหมาย
มาตรา ๗๙ วรรคหนึ่ง
ถ้าการส่งคําคู่ความหรือเอกสารนั้นไม่สามารถจะทําได้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตราก่อน ศาลอาจสั่งให้ส่งโดยวิธีอื่นแทนได้ กล่าวคือปิดคําคู่ความหรือเอกสารไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลําเนาหรือสํานักทําการงานของคู่ความหรือบุคคลผู้มีชื่อระบุไว้ในคําคู่ความหรือเอกสาร หรือมอบหมายคําคู่ความหรือเอกสารไว้แก่เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองในท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานตํารวจ แล้วปิดประกาศแสดงการที่ได้มอบหมายดังกล่าวแล้วนั้นไว้ดังกล่าวมาข้างต้น หรือลงโฆษณาหรือทําวิธีอื่นใดตามที่ศาลเห็นสมควร
มาตรา ๗๙ วรรคสอง
การส่งคําคู่ความหรือเอกสารโดยวิธีอื่นแทนนั้น ให้มีผลใช้ได้ต่อเมื่อกําหนดเวลาสิบห้าวันหรือระยะเวลานานกว่านั้นตามที่ศาลเห็นสมควรกําหนด ได้ล่วงพ้นไปแล้วนับตั้งแต่เวลาที่คําคู่ความหรือเอกสารหรือประกาศแสดงการมอบหมายนั้นได้ปิดไว้ หรือการโฆษณาหรือวิธีอื่นใดตามที่ศาลสั่งนั้นได้ทําหรือได้ตั้งต้นแล้ว
มาตรา ๘๐ วรรคหนึ่ง
การส่งคําคู่ความหรือเอกสารโดยเจ้าพนักงานศาลหรือทางเจ้าพนักงานศาลนั้น ให้เจ้าพนักงานศาลส่งใบรับลงลายมือชื่อคู่ความ หรือผู้รับคําคู่ความหรือเอกสาร หรือส่งรายงานการส่งคําคู่ความหรือเอกสารลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานศาลต่อศาล แล้วแต่กรณี เพื่อรวมไว้ในสํานวนความ
มาตรา ๘๐ วรรคสอง
ใบรับหรือรายงานนั้นต้องลงข้อความให้ปรากฏแน่ชัดถึงตัวบุคคลและรายการต่อไปนี้ (๑) ชื่อเจ้าพนักงานผู้ส่งหมาย และชื่อผู้รับหมาย ถ้าหากมี (๒) วิธีส่ง วัน เดือน ปี และเวลาที่ส่ง
มาตรา ๘๐ วรรคสาม
รายงานนั้นต้องลงวันเดือนปี และลงลายมือชื่อของเจ้าพนักงานผู้ทํารายงาน
มาตรา ๘๐ วรรคสี่
ใบรับนั้นจะทําโดยวิธีจดลงไว้ที่ต้นฉบับซึ่งยื่นต่อศาลก็ได้
มาตรา ๘๑
การส่งหมายเรียกพยานโดยคู่ความที่เกี่ยวข้องนั้นให้ปฏิบัติดังนี้ (๑) ให้ส่งในเวลากลางวันระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และ (๒) ให้ส่งแก่บุคคลซึ่งระบุไว้ในหมายเรียก ณ ภูมิลําเนาหรือสํานักทําการงานของบุคคลเช่นว่านั้น แต่ว่าให้อยู่ภายในบังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา ๗๖ และ ๗๗
มาตรา ๘๒
ถ้าจะต้องส่งคําคู่ความหรือเอกสารอื่นใดไปยังคู่ความหรือบุคคลหลายคน ให้ส่งสําเนาคําคู่ความหรือเอกสารที่จะต้องส่งไปให้ทุก ๆ คน ในกรณีที่ต้องส่งคําคู่ความหรือเอกสารโดยเจ้าพนักงานศาลหรือทางเจ้าพนักงานศาลนั้นให้คู่ความฝ่ายซึ่งมีหน้าที่จัดการนําส่ง มอบสําเนาคําคู่ความหรือเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้พอกับจํานวนคู่ความหรือบุคคลที่จะต้องส่งให้นั้น
มาตรา ๘๓ วรรคหนึ่ง
ถ้าคู่ความฝ่ายใดจะต้องยื่นต่อศาลหรือจะต้องส่งให้แก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือบุคคลภายนอกซึ่งคําคู่ความหรือเอกสารอื่นใด ภายในเวลาหรือก่อนเวลาที่กฎหมายหรือศาลได้กําหนดไว้ และการส่งเช่นว่านี้จะต้องกระทําโดยทางเจ้าพนักงานศาล ให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นได้ปฏิบัติตามความมุ่งหมายของกฎหมายหรือของศาลแล้ว เมื่อคู่ความฝ่ายนั้นได้ส่งคําคู่ความหรือเอกสารเช่นว่านั้นแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลเพื่อให้ยื่นหรือให้ส่งในเวลาหรือก่อนเวลาที่กําหนดนั้นแล้ว แม้ถึงว่าการรับคําคู่ความหรือเอกสารหรือการขอให้ส่งคําคู่ความหรือเอกสาร หรือการส่งคําคู่ความหรือเอกสารให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกนั้นจะได้เป็นไปภายหลังเวลาที่กําหนดนั้นก็ดี
มาตรา ๘๓ วรรคสอง
ถ้าประมวลกฎหมายนี้บัญญัติไว้ว่าการส่งคําคู่ความหรือเอกสารอื่นใด จะต้องให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกทราบล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กําหนดไว้ก่อนวันเริ่มต้นนั่งพิจารณาหรือสืบพยาน ให้ถือว่าคู่ความฝ่ายที่ต้องรับผิดในการส่งนั้นได้ปฏิบัติตามความมุ่งหมายของกฎหมายหรือของศาลตามที่บัญญัติไว้ในวรรคก่อนนั้นได้ต่อเมื่อคู่ความฝ่ายนั้นได้ยื่นคําคู่ความหรือเอกสารที่จะต้องส่งให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลไม่ต่ํากว่าสามวันก่อนวันเริ่มต้นแห่งระยะเวลาที่กําหนดล่วงหน้าไว้นั้น
มาตรา ๘๓ วรรคสาม
ในกรณีที่คู่ความอาจส่งคําคู่ความหรือเอกสารโดยวิธีส่งสําเนาตรงไปยังคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกได้นั้น บทบัญญัติแห่งมาตรานี้มิได้ห้ามคู่ความที่มีหน้าที่ต้องส่งคําคู่ความหรือเอกสารดังกล่าวแล้วในอันที่จะใช้วิธีเช่นว่านี้ แต่คู่ความฝ่ายนั้นจะต้องส่งใบรับของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกต่อศาลในเวลาหรือก่อนเวลาที่กฎหมายหรือศาลได้กําหนดไว้
มาตรา ๘๓ ทวิ วรรคหนึ่ง
ในกรณีที่จําเลยไม่มีภูมิลําเนาอยู่ในราชอาณาจักรให้ส่งหมายเรียกและคําฟ้องตั้งต้นคดีแก่จําเลย ณ ภูมิลําเนาหรือสํานักทําการงานของจําเลยนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ในกรณีที่จําเลยประกอบกิจการในราชอาณาจักรด้วยตนเองหรือโดยตัวแทนหรือในกรณีที่มีการตกลงเป็นหนังสือว่าคําคู่ความและเอกสารที่จะต้องส่งให้แก่จําเลยนั้น ให้ส่งแก่ตัวแทนซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรที่จําเลยได้แต่งตั้งไว้เพื่อการนี้ให้ส่งหมายเรียกและคําฟ้องตั้งต้นคดีแก่จําเลยหรือตัวแทนในการประกอบกิจการหรือตัวแทนในการรับคําคู่ความและเอกสาร ณ สถานที่ที่จําเลยหรือตัวแทนใช้ประกอบกิจการหรือสถานที่อันเป็นถิ่นที่อยู่ของตัวแทนในการประกอบกิจการหรือของตัวแทนในการรับคําคู่ความและเอกสาร ซึ่งตั้งอยู่ในราชอาณาจักร แล้วแต่กรณี
มาตรา ๘๓ ทวิ วรรคสอง
ในกรณีที่มีการเรียกบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีภูมิลําเนาอยู่ในราชอาณาจักรเข้ามาเป็นคู่ความตามมาตรา ๕๗ (๓) ให้นําความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๘๓ ตรี
การส่งคําคู่ความ คําร้อง คําแถลง หรือเอกสารอื่นใดนอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘๓ ทวิ ถ้าผู้รับไม่มีภูมิลําเนาอยู่ในราชอาณาจักรแต่ประกอบกิจการในราชอาณาจักรด้วยตนเองหรือโดยตัวแทน หรือมีตัวแทนในการรับคําคู่ความและเอกสารหรือทนายความในการดําเนินคดีอยู่ในราชอาณาจักร ให้ส่งแก่ผู้รับหรือตัวแทนเช่นว่านั้นหรือทนายความ ณ สถานที่ที่ผู้รับหรือตัวแทนใช้ประกอบกิจการ หรือสถานที่อันเป็นถิ่นที่อยู่ของตัวแทน หรือภูมิลําเนา หรือสํานักทําการงานของทนายความซึ่งตั้งอยู่ในราชอาณาจักร แล้วแต่กรณี แต่ถ้าผู้รับมิได้ประกอบกิจการในราชอาณาจักรด้วยตนเองหรือไม่มีตัวแทนดังกล่าวหรือทนายความอยู่ในราชอาณาจักร ให้ส่งโดยวิธีปิดประกาศไว้ที่ศาล
มาตรา ๘๓ จัตวา วรรคหนึ่ง
ในกรณีที่จะต้องส่งหมายเรียกและคําฟ้องตั้งต้นคดีตามมาตรา ๘๓ ทวิ แก่จําเลย ณ ภูมิลําเนาหรือสํานักทําการงานของจําเลยนอกราชอาณาจักรให้โจทก์ยื่นคําร้องต่อศาลภายในกําหนดเจ็ดวันนับแต่วันยื่นคําฟ้อง เพื่อให้ศาลจัดส่งหมายเรียกและคําฟ้องตั้งต้นคดีแก่จําเลย ในกรณีเช่นว่านี้ ถ้าไม่มีข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้โจทก์ทําคําแปลหมายเรียก คําฟ้องตั้งต้นคดีและเอกสารอื่นใดที่จะส่งไปยังประเทศที่จําเลยมีภูมิลําเนาหรือสํานักทําการงานอยู่ เป็นภาษาราชการของประเทศนั้นหรือเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งคํารับรองคําแปลว่าถูกต้องยื่นต่อศาลพร้อมกับคําร้องดังกล่าว และวางเงินค่าใช้จ่ายไว้ต่อศาลตามจํานวนและภายในระยะเวลาที่ศาลกําหนด
มาตรา ๘๓ จัตวา วรรคสอง
ในกรณีที่ศาลเห็นสมควร ศาลจะมีคําสั่งให้โจทก์จัดทําเอกสารอื่นเพิ่มเติมยื่นต่อศาลภายในระยะเวลาที่ศาลกําหนดก็ได้
มาตรา ๘๓ จัตวา วรรคสาม
ในกรณีที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดําเนินการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามมาตรา ๑๗๔
มาตรา ๘๓ จัตวา วรรคสี่
ในกรณีที่มีการเรียกบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีภูมิลําเนาอยู่ในราชอาณาจักรเข้ามาเป็นคู่ความตามมาตรา ๕๗ (๓) ให้นําความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๘๓ เบญจ
การส่งหมายเรียกและคําฟ้องตั้งต้นคดีตามมาตรา ๘๓ ทวิ แก่จําเลยหรือบุคคลภายนอก ณ ภูมิลําเนาหรือสํานักทําการงานของบุคคลดังกล่าวนอกราชอาณาจักร ให้มีผลใช้ได้ต่อเมื่อพ้นกําหนดเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการส่ง และในกรณีส่งโดยวิธีอื่นแทนการส่งให้แก่จําเลยหรือบุคคลภายนอก ให้มีผลใช้ได้ต่อเมื่อพ้นกําหนดเวลาเจ็ดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้มีการส่งโดยวิธีอื่น
มาตรา ๘๓ ฉ วรรคหนึ่ง
การส่งหมายเรียกและคําฟ้องตั้งต้นคดีตามมาตรา ๘๓ ทวิ แก่จําเลยหรือตัวแทนซึ่งประกอบกิจการในราชอาณาจักรหรือตัวแทนในการรับคําคู่ความและเอกสาร ให้มีผลใช้ได้ต่อเมื่อพ้นกําหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการส่งโดยชอบด้วยกฎหมาย
มาตรา ๘๓ ฉ วรรคสอง
การส่งคําคู่ความหรือเอกสารอื่นตามมาตรา ๘๓ ตรี แก่ผู้รับหรือตัวแทนหรือทนายความ ให้มีผลใช้ได้ต่อเมื่อพ้นกําหนดเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้มีการส่งโดยชอบด้วยกฎหมาย
มาตรา ๘๓ ฉ วรรคสาม
การปิดประกาศตามมาตรา ๘๓ ตรี ให้มีผลใช้ได้ต่อเมื่อพ้นกําหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ และมิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๗๙ มาใช้บังคับ
มาตรา ๘๓ สัตต
เมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติตามมาตรา ๘๓ จัตวา แล้ว ถ้าไม่มีข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคีกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ศาลดําเนินการส่งให้แก่จําเลยหรือบุคคลภายนอกโดยทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศหรือผู้ประกอบกิจการรับส่งพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศหรือโดยผ่านสํานักงานศาลยุติธรรมและกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดไว้ในข้อกําหนดของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และเมื่อข้อกําหนดนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
มาตรา ๘๓ อัฎฐ วรรคหนึ่ง
ในกรณีที่จะต้องส่งหมายเรียกและคําฟ้องตั้งต้นคดีตามมาตรา ๘๓ ทวิ แก่จําเลยหรือบุคคลภายนอก ณ ภูมิลําเนาหรือสํานักทําการงานของบุคคลดังกล่าวนอกราชอาณาจักรถ้าโจทก์ยื่นคําขอฝ่ายเดียวโดยทําเป็นคําร้องและสามารถแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลได้ว่าการส่งตามมาตรา ๘๓ สัตต ไม่อาจกระทําได้เพราะเหตุที่ภูมิลําเนาและสํานักทําการงานของบุคคลดังกล่าวไม่ปรากฏหรือเพราะเหตุอื่นใด หรือเมื่อศาลได้ดําเนินการตามมาตรา ๘๓ สัตต แล้ว แต่ไม่อาจทราบผลการส่งได้ถ้าศาลเห็นสมควร ก็ให้ศาลอนุญาตให้ส่งโดยวิธีปิดประกาศไว้ที่ศาลแทน ในกรณีเช่นว่านี้ ศาลจะสั่งให้ส่งโดยวิธีประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือโดยวิธีอื่นใดด้วยก็ได้
มาตรา ๘๓ อัฎฐ วรรคสอง
การส่งโดยวิธีการตามวรรคหนึ่ง ให้มีผลใช้ได้ต่อเมื่อพ้นกําหนดเวลาหกสิบวันนับแต่วันที่ปิดประกาศไว้ที่ศาล และมิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๗๙ มาใช้บังคับ