Level 10 Level 12
Level 11

ลักษณะ ๓ หมวด ๒ แบบพินัยกรรม


34 words 0 ignored

Ready to learn       Ready to review

Ignore words

Check the boxes below to ignore/unignore words, then click save at the bottom. Ignored words will never appear in any learning session.

All None

Ignore?
มาตรา ๑๖๕๕
พินัยกรรมนั้น จะทําได้ก็แต่ตามแบบใดแบบหนึ่งดังที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้
มาตรา ๑๖๕๖ วรรคหนึ่ง
พินัยกรรมนั้น จะทําตามแบบดังนี้ก็ได้ กล่าวคือต้องทําเป็นหนังสือลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทําขึ้น และผู้ทําพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ซึ่งพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทําพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น
มาตรา ๑๖๕๖ วรรคสอง
การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่จะได้ปฏิบัติตามแบบอย่างเดียวกับการทําพินัยกรรมตามมาตรานี้
มาตรา ๑๖๕๗ วรรคหนึ่ง
พินัยกรรมนั้น จะทําเป็นเอกสารเขียนเองทั้งฉบับก็ได้ กล่าวคือผู้ทําพินัยกรรมต้องเขียนด้วยมือตนเองซึ่งข้อความทั้งหมด วัน เดือน ปี และลายมือชื่อของตน
มาตรา ๑๖๕๗ วรรคสอง
การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่ผู้ทําพินัยกรรมจะได้ทําด้วยมือตนเอง และลงลายมือชื่อกํากับไว้
มาตรา ๑๖๕๗ วรรคสาม
บทบัญญัติมาตรา ๙ แห่งประมวลกฎหมายนี้ มิให้ใช้บังคับแก่พินัยกรรมที่ทําขึ้นตามมาตรานี้
มาตรา ๑๖๕๘ วรรคหนึ่ง
พินัยกรรมนั้น จะทําเป็นเอกสารฝ่ายเมืองก็ได้ กล่าวคือ (๑) ผู้ทําพินัยกรรมต้องไปแจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของตนแก่กรมการอําเภอต่อหน้าพยานอีกอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน (๒) กรมการอําเภอต้องจดข้อความที่ผู้ทําพินัยกรรมแจ้งให้ทราบนั้นลงไว้ และอ่านข้อความนั้นให้ผู้ทําพินัยกรรมและพยานฟัง (๓) เมื่อผู้ทําพินัยกรรมและพยานทราบแน่ชัดว่าข้อความที่กรมการอําเภอจดนั้นเป็นการถูกต้องตรงกันกับที่ผู้ทําพินัยกรรมแจ้งไว้แล้ว ให้ผู้ทําพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อไว้เป็นสําคัญ (๔) ข้อความที่กรมการอําเภอจดไว้นั้น ให้กรมการอําเภอลงลายมือชื่อและลงวัน เดือน ปี ทั้งจดลงไว้ด้วยตนเองเป็นสําคัญว่า พินัยกรรมนั้นได้ทําขึ้นถูกต้องตามบทบัญญัติอนุมาตรา ๑ ถึง ๓ ข้างต้น แล้วประทับตราตําแหน่งไว้เป็นสําคัญ
มาตรา ๑๖๕๘ วรรคสอง
การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่ผู้ทําพินัยกรรม พยาน และกรมการอําเภอจะได้ลงลายมือชื่อกํากับไว้
มาตรา ๑๖๕๙
การทําพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองนั้น จะทํานอกที่ว่าการอําเภอก็ได้ เมื่อมีการร้องขอเช่นนั้น
มาตรา ๑๖๖๐ วรรคหนึ่ง
พินัยกรรมนั้น จะทําเป็นเอกสารลับก็ได้ กล่าวคือ (๑) ผู้ทําพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม (๒) ผู้ทําพินัยกรรมต้องผนึกพินัยกรรมนั้น แล้วลงลายมือชื่อคาบรอยผนึกนั้น (๓) ผู้ทําพินัยกรรมต้องนําพินัยกรรมที่ผนึกนั้นไปแสดงต่อกรมการอําเภอ และพยานอีกอย่างน้อยสองคน และให้ถ้อยคําต่อบุคคลทั้งหมดเหล่านั้นว่าเป็นพินัยกรรมของตน ถ้าพินัยกรรมนั้นผู้ทําพินัยกรรมมิได้เป็นผู้เขียนเองโดยตลอด ผู้ทําพินัยกรรมจะต้องแจ้งนามและภูมิลําเนาของผู้เขียนให้ทราบด้วย (๔) เมื่อกรมการอําเภอจดถ้อยคําของผู้ทําพินัยกรรมและวัน เดือน ปี ที่ทําพินัยกรรมมาแสดงไว้บนซองนั้นและประทับตราตําแหน่งแล้ว ให้กรมการอําเภอผู้ทําพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อบนซองนั้น
มาตรา ๑๖๖๐ วรรคสอง
การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นซึ่งพินัยกรรมนั้นย่อมไม่สมบูรณ์ เว้นแต่ผู้ทําพินัยกรรมจะได้ลงลายมือชื่อกํากับไว้
มาตรา ๑๖๖๑ วรรคหนึ่ง
ถ้าบุคคลผู้เป็นทั้งใบ้และหูหนวกหรือผู้ที่พูดไม่ได้ มีความประสงค์จะทําพินัยกรรมเป็นแบบเอกสารลับ ให้ผู้นั้นเขียนด้วยตนเองบนซองพินัยกรรมต่อหน้ากรมการอําเภอและพยานซึ่งข้อความว่าพินัยกรรมที่ผนึกนั้นเป็นของตนแทนการให้ถ้อยคําดังที่กําหนดไว้ในมาตรา ๑๖๖๐ (๓) และถ้าหากมีผู้เขียนก็ให้เขียนชื่อกับภูมิลําเนาของผู้เขียนพินัยกรรมนั้นไว้ด้วย
มาตรา ๑๖๖๑ วรรคสอง
ให้กรมการอําเภอจดลงไว้บนซองเป็นสําคัญว่า ผู้ทําพินัยกรรมได้ปฏิบัติตามข้อความในวรรคก่อนแล้ว แทนการจดถ้อยคําของผู้ทําพินัยกรรม
มาตรา ๑๖๖๒ วรรคหนึ่ง
พินัยกรรมซึ่งได้ทําเป็นแบบเอกสารฝ่ายเมืองหรือเอกสารลับนั้น กรมการอําเภอจะเปิดเผยแก่บุคคลอื่นใดไม่ได้ในระหว่างที่ผู้ทําพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่ และผู้ทําพินัยกรรมจะเรียกให้กรมการอําเภอส่งมอบพินัยกรรมนั้นแก่ตนในเวลาใด ๆ กรมการอําเภอจําต้องส่งมอบให้
มาตรา ๑๖๖๒ วรรคสอง
ถ้าพินัยกรรมนั้นทําเป็นแบบเอกสารฝ่ายเมือง ก่อนส่งมอบพินัยกรรม ให้กรมการอําเภอคัดสําเนาพินัยกรรมไว้แล้วลงลายมือชื่อประทับตราตําแหน่งเป็นสําคัญ สําเนาพินัยกรรมนั้นจะเปิดเผยแก่บุคคลอื่นใดไม่ได้ในระหว่างที่ผู้ทําพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่
มาตรา ๑๖๖๓ วรรคหนึ่ง
เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษซึ่งบุคคลใดไม่สามารถจะทําพินัยกรรมตามแบบอื่นที่กําหนดไว้ได้ เช่น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรือเวลามีโรคระบาด หรือสงคราม บุคคลนั้นจะทําพินัยกรรมด้วยวาจาก็ได้
มาตรา ๑๖๖๓ วรรคสอง
เพื่อการนี้ ผู้ทําพินัยกรรมต้องแสดงเจตนากําหนดข้อพินัยกรรมต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนซึ่งอยู่พร้อมกัน ณ ที่นั้น
มาตรา ๑๖๖๓ วรรคสาม
พยานสองคนนั้นต้องไปแสดงตนต่อกรมการอําเภอโดยมิชักช้าและแจ้งข้อความที่ผู้ทําพินัยกรรมได้สั่งไว้ด้วยวาจานั้น ทั้งต้องแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ที่ทําพินัยกรรมและพฤติการณ์พิเศษนั้นไว้ด้วย
มาตรา ๑๖๖๓ วรรคสี่
ให้กรมการอําเภอจดข้อความที่พยานแจ้งนั้นไว้ และพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อไว้ หรือมิฉะนั้น จะให้เสมอกับการลงลายมือชื่อได้ก็แต่ด้วยลงลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคน
มาตรา ๑๖๖๔
ความสมบูรณ์แห่งพินัยกรรมซึ่งทําขึ้นตามมาตราก่อนนั้นย่อมสิ้นไปเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งเดือนนับแต่เวลาผู้ทําพินัยกรรมกลับมาสู่ฐานะที่จะทําพินัยกรรมตามแบบอื่นที่กําหนดไว้ได้
มาตรา ๑๖๖๕
เมื่อผู้ทําพินัยกรรมจะต้องลงลายมือชื่อตามมาตรา ๑๖๕๖, ๑๖๕๘, ๑๖๖๐ จะให้เสมอกับลงลายมือชื่อได้ ก็แต่ด้วยลงลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยสองคนในขณะนั้น
มาตรา ๑๖๖๖
บทบัญญัติมาตรา ๙ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายนี้ มิให้ใช้บังคับแก่พยานผู้ที่จะต้องลงลายมือชื่อตามมาตรา ๑๖๕๖, ๑๖๕๘, ๑๖๖๐
มาตรา ๑๖๖๗ วรรคหนึ่ง
เมื่อคนในบังคับไทยจะทําพินัยกรรมในต่างประเทศ พินัยกรรมนั้นอาจทําตามแบบซึ่งกฎหมายของประเทศที่ทําพินัยกรรมบัญญัติไว้ หรือตามแบบที่กฎหมายไทยบัญญัติไว้ก็ได้
มาตรา ๑๖๖๗ วรรคสอง
เมื่อทําพินัยกรรมตามแบบที่กฎหมายไทยบัญญัติไว้ อํานาจและหน้าที่ของกรมการอําเภอตามมาตรา ๑๖๕๘, ๑๖๖๐, ๑๖๖๑, ๑๖๖๒, ๑๖๖๓ ให้ตกแก่บุคคลดังต่อไปนี้ คือ (๑) พนักงานทูต หรือกงสุลฝ่ายไทย กระทําการตามขอบอํานาจของตน หรือ (๒) พนักงานใด ๆ ซึ่งมีอํานาจตามกฎหมายของต่างประเทศนั้น ๆ ที่จะรับบันทึกข้อแจ้งความไว้เป็นหลักฐานได้
มาตรา ๑๖๖๘
ผู้ทําพินัยกรรมไม่จําเป็นต้องเปิดเผยข้อความในพินัยกรรมนั้นให้พยานทราบ เว้นแต่กฎหมายจะได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา ๑๖๖๙ วรรคหนึ่ง
ในระหว่างเวลาที่ประเทศตกอยู่ในภาวะการรบหรือการสงคราม บุคคลที่รับราชการทหารหรือทําการเกี่ยวข้องอยู่กับราชการทหาร จะทําพินัยกรรมตามแบบที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖๕๘ มาตรา ๑๖๖๐ หรือมาตรา ๑๖๖๓ ก็ได้ ในกรณีเช่นว่านั้น ให้นายทหารหรือข้าราชการฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตรมีอํานาจและหน้าที่เช่นเดียวกับกรมการอําเภอ
มาตรา ๑๖๖๙ วรรคสอง
บทบัญญัติวรรคก่อนให้นํามาใช้บังคับแก่กรณีที่บุคคลที่รับราชการทหารหรือทําการเกี่ยวข้องอยู่กับราชการทหารทําพินัยกรรมในต่างประเทศในระหว่างที่ปฏิบัติการเพื่อประเทศในภาวะการรบหรือการสงครามในต่างประเทศโดยอนุโลม และในกรณีเช่นว่านี้ ให้นายทหารหรือข้าราชการฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตรมีอํานาจและหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานทูตหรือกงสุลฝ่ายไทย
มาตรา ๑๖๖๙ วรรคสาม
ถ้าผู้ทําพินัยกรรมตามความในสองวรรคก่อนนั้นป่วยเจ็บหรือต้องบาดเจ็บ และอยู่ในโรงพยาบาล ให้แพทย์แห่งโรงพยาบาลนั้นมีอํานาจและหน้าที่เช่นเดียวกับกรมการอําเภอหรือพนักงานทูต หรือกงสุลฝ่ายไทย แล้วแต่กรณีด้วย
มาตรา ๑๖๗๐ (๑)
บุคคลต่อไปนี้จะเป็นพยานในการทําพินัยกรรมไม่ได้ (๑) ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
มาตรา ๑๖๗๐ (๒)
บุคคลต่อไปนี้จะเป็นพยานในการทําพินัยกรรมไม่ได้ (๒) บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ
มาตรา ๑๖๗๐ (๓)
บุคคลต่อไปนี้จะเป็นพยานในการทําพินัยกรรมไม่ได้ (๓) บุคคลที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือจักษุบอดทั้งสองข้าง
มาตรา ๑๖๗๑ วรรคหนึ่ง
เมื่อบุคคลใดนอกจากผู้ทําพินัยกรรมเป็นผู้เขียนข้อความแห่งพินัยกรรม บุคคลนั้นต้องลงลายมือชื่อของตนทั้งระบุว่าเป็นผู้เขียน
มาตรา ๑๖๗๑ วรรคสอง
ถ้าบุคคลนั้นเป็นพยานด้วย ให้เขียนข้อความระบุว่าตนเป็นพยานไว้ต่อท้ายลายมือชื่อของตนเช่นเดียวกับพยานอื่น ๆ
มาตรา ๑๖๗๒
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กลาโหม และต่างประเทศ มีอํานาจและหน้าที่เท่าที่เกี่ยวกับกระทรวงนั้น ๆ ที่จะออกกฎกระทรวง เพื่อให้การเป็นไปตามประมวลกฎหมายบรรพนี้ รวมทั้งกําหนดอัตราค่าฤชาธรรมเนียมอันเกี่ยวกับการนั้น