Level 4 Level 6
Level 5

ลักษณะ ๔ หมวด ๔ เงื่อนไขและเงื่อนเวลา


23 words 0 ignored

Ready to learn       Ready to review

Ignore words

Check the boxes below to ignore/unignore words, then click save at the bottom. Ignored words will never appear in any learning session.

All None

Ignore?
มาตรา ๑๘๒
ข้อความใดอันบังคับไว้ให้นิติกรรมเป็นผลหรือสิ้นผลต่อเมื่อมีเหตุการณ์อันไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ในอนาคต ข้อความนั้นเรียกว่าเงื่อนไข
มาตรา ๑๘๓ วรรคหนึ่ง
นิติกรรมใดมีเงื่อนไขบังคับก่อน นิติกรรมนั้นย่อมเป็นผลต่อเมื่อเงื่อนไขนั้นสําเร็จแล้ว
มาตรา ๑๘๓ วรรคสอง
นิติกรรมใดมีเงื่อนไขบังคับหลัง นิติกรรมนั้นย่อมสิ้นผลในเมื่อเงื่อนไขนั้นสําเร็จแล้ว
มาตรา ๑๘๓ วรรคสาม
ถ้าคู่กรณีแห่งนิติกรรมได้แสดงเจตนาไว้ด้วยกันว่า ความสําเร็จแห่งเงื่อนไขนั้นให้มีผลย้อนหลังไปถึงเวลาใดเวลาหนึ่งก่อนสําเร็จ ก็ให้เป็นไปตามเจตนาเช่นนั้น
มาตรา ๑๘๔
ในระหว่างที่เงื่อนไขยังไม่สําเร็จ คู่กรณีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแห่งนิติกรรมอันอยู่ในบังคับเงื่อนไขจะต้องงดเว้นไม่กระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เป็นที่เสื่อมเสียประโยชน์แก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งจะพึงได้จากความสําเร็จแห่งเงื่อนไขนั้น
มาตรา ๑๘๕
ในระหว่างที่เงื่อนไขยังมิได้สําเร็จนั้น สิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ของคู่กรณีมีอย่างไร จะจําหน่าย จะรับมรดก จะจัดการป้องกันรักษา หรือจะทําประกันไว้ประการใดตามกฎหมายก็ย่อมทําได้
มาตรา ๑๘๖ วรรคหนึ่ง
ถ้าความสําเร็จแห่งเงื่อนไขจะเป็นทางให้คู่กรณีฝ่ายใดเสียเปรียบ และคู่กรณีฝ่ายนั้นกระทําการโดยไม่สุจริตจนเป็นเหตุให้เงื่อนไขนั้นไม่สําเร็จให้ถือว่าเงื่อนไขนั้นสําเร็จแล้ว
มาตรา ๑๘๖ วรรคสอง
ถ้าความสําเร็จแห่งเงื่อนไขจะเป็นทางให้คู่กรณีฝ่ายใดได้เปรียบ และคู่กรณีฝ่ายนั้นกระทําการโดยไม่สุจริตจนเป็นเหตุให้เงื่อนไขนั้นสําเร็จ ให้ถือว่าเงื่อนไขนั้นมิได้สําเร็จเลย
มาตรา ๑๘๗ วรรคหนึ่ง
ถ้าเงื่อนไขสําเร็จแล้วในเวลาทํานิติกรรม หากเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนให้ถือว่านิติกรรมนั้นไม่มีเงื่อนไข หากเป็นเงื่อนไขบังคับหลังให้ถือว่านิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ
มาตรา ๑๘๗ วรรคสอง
ถ้าเป็นอันแน่นอนในเวลาทํานิติกรรมว่าเงื่อนไขไม่อาจสําเร็จได้ หากเป็นเงื่อนไขบังคับก่อนให้ถือว่านิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ หากเป็นเงื่อนไขบังคับหลังให้ถือว่านิติกรรมนั้นไม่มีเงื่อนไข
มาตรา ๑๘๗ วรรคสาม
ตราบใดที่คู่กรณียังไม่รู้ว่าเงื่อนไขได้สําเร็จแล้วตามวรรคหนึ่ง หรือไม่อาจสําเร็จได้ตามวรรคสอง ตราบนั้นคู่กรณียังมีสิทธิและหน้าที่ตามมาตรา ๑๘๔ และมาตรา ๑๘๕
มาตรา ๑๘๘
นิติกรรมใดมีเงื่อนไขอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน นิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ
มาตรา ๑๘๙ วรรคหนึ่ง
นิติกรรมใดมีเงื่อนไขบังคับก่อนและเงื่อนไขนั้นเป็นการพ้นวิสัย นิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ
มาตรา ๑๘๙ วรรคสอง
นิติกรรมใดมีเงื่อนไขบังคับหลังและเงื่อนไขนั้นเป็นการพ้นวิสัย ให้ถือว่านิติกรรมนั้นไม่มีเงื่อนไข
มาตรา ๑๙๐
นิติกรรมใดมีเงื่อนไขบังคับก่อนและเป็นเงื่อนไขอันจะสําเร็จได้หรือไม่ สุดแล้วแต่ใจของฝ่ายลูกหนี้ นิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ
มาตรา ๑๙๑ วรรคหนึ่ง
นิติกรรมใดมีเงื่อนเวลาเริ่มต้นกําหนดไว้ ห้ามมิให้ทวงถามให้ปฏิบัติการตามนิติกรรมนั้นก่อนถึงเวลาที่กําหนด
มาตรา ๑๙๑ วรรคสอง
นิติกรรมใดมีเงื่อนเวลาสิ้นสุดกําหนดไว้ นิติกรรมนั้นย่อมสิ้นผลเมื่อถึงเวลาที่กําหนด
มาตรา ๑๙๒ วรรคหนึ่ง
เงื่อนเวลาเริ่มต้นหรือเงื่อนเวลาสิ้นสุดนั้น ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ากําหนดไว้เพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายลูกหนี้ เว้นแต่จะปรากฏโดยเนื้อความแห่งตราสารหรือโดยพฤติการณ์แห่งกรณีว่าได้ตั้งใจจะให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายเจ้าหนี้หรือแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายด้วยกัน
มาตรา ๑๙๒ วรรคสอง
ถ้าเงื่อนเวลาเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายใด ฝ่ายนั้นจะสละประโยชน์นั้นเสียก็ได้ หากไม่กระทบกระเทือนถึงประโยชน์อันคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งจะพึงได้รับจากเงื่อนเวลานั้น
มาตรา ๑๙๓ (๑)
ในกรณีดังต่อไปนี้ ฝ่ายลูกหนี้จะถือเอาประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาเริ่มต้นหรือเงื่อนเวลาสิ้นสุดมิได้ (๑) ลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
มาตรา ๑๙๓ (๒)
ในกรณีดังต่อไปนี้ ฝ่ายลูกหนี้จะถือเอาประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาเริ่มต้นหรือเงื่อนเวลาสิ้นสุดมิได้ (๒) ลูกหนี้ไม่ให้ประกันในเมื่อจําต้องให้
มาตรา ๑๙๓ (๓)
ในกรณีดังต่อไปนี้ ฝ่ายลูกหนี้จะถือเอาประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาเริ่มต้นหรือเงื่อนเวลาสิ้นสุดมิได้ (๓) ลูกหนี้ได้ทําลาย หรือทําให้ลดน้อยถอยลงซึ่งประกันอันได้ให้ไว้
มาตรา ๑๙๓ (๔)
ในกรณีดังต่อไปนี้ ฝ่ายลูกหนี้จะถือเอาประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาเริ่มต้นหรือเงื่อนเวลาสิ้นสุดมิได้ (๔) ลูกหนี้นําทรัพย์สินของบุคคลอื่นมาให้เป็นประกันโดยเจ้าของทรัพย์สินนั้นมิได้ยินยอมด้วย