Level 2
Level 1

หมวด ๑ หลักทั่วไป (๑)


23 words 0 ignored

Ready to learn       Ready to review

Ignore words

Check the boxes below to ignore/unignore words, then click save at the bottom. Ignored words will never appear in any learning session.

All None

Ignore?
มาตรา ๒๒๖
พยานวัตถุ พยานเอกสาร หรือพยานบุคคลซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่าจําเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์ ให้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้ แต่ต้องเป็นพยานชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจ มีคํามั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวงหรือโดยมิชอบประการอื่น และให้สืบตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยาน
มาตรา ๒๒๖/๑ วรรคหนึ่ง
ในกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลว่า พยานหลักฐานใดเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยชอบแต่ได้มาเนื่องจากการกระทําโดยมิชอบ หรือเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบ ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานนั้น เว้นแต่การรับฟังพยานหลักฐานนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการอํานวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสียอันเกิดจากผลกระทบต่อมาตรฐานของระบบงานยุติธรรมทางอาญาหรือสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชน
มาตรา ๒๒๖/๑ วรรคสอง (๑)
ในการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลพิจารณาถึงพฤติการณ์ทั้งปวงแห่งคดี โดยต้องคํานึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) คุณค่าในเชิงพิสูจน์ ความสําคัญ และความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น
มาตรา ๒๒๖/๑ วรรคสอง (๒)
ในการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลพิจารณาถึงพฤติการณ์ทั้งปวงแห่งคดี โดยต้องคํานึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ด้วย (๒) พฤติการณ์และความร้ายแรงของความผิดในคดี
มาตรา ๒๒๖/๑ วรรคสอง (๓)
ในการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลพิจารณาถึงพฤติการณ์ทั้งปวงแห่งคดี โดยต้องคํานึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ด้วย (๓) ลักษณะและความเสียหายที่เกิดจากการกระทําโดยมิชอบ
มาตรา ๒๒๖/๑ วรรคสอง (๔)
ในการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลพิจารณาถึงพฤติการณ์ทั้งปวงแห่งคดี โดยต้องคํานึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ด้วย (๔) ผู้ที่กระทําการโดยมิชอบอันเป็นเหตุให้ได้พยานหลักฐานมานั้นได้รับการลงโทษหรือไม่เพียงใด
มาตรา ๒๒๖/๒ วรรคหนึ่ง (๑)
ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดครั้งอื่น ๆ หรือความประพฤติในทางเสื่อมเสียของจําเลย เพื่อพิสูจน์ว่าจําเลยเป็นผู้กระทําความผิดในคดีที่ถูกฟ้อง เว้นแต่พยานหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) พยานหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับองค์ประกอบความผิดของคดีที่ฟ้อง
มาตรา ๒๒๖/๒ วรรคหนึ่ง (๒)
ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดครั้งอื่น ๆ หรือความประพฤติในทางเสื่อมเสียของจําเลย เพื่อพิสูจน์ว่าจําเลยเป็นผู้กระทําความผิดในคดีที่ถูกฟ้อง เว้นแต่พยานหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๒) พยานหลักฐานที่แสดงถึงลักษณะ วิธี หรือรูปแบบเฉพาะในการกระทําความผิดของจําเลย
มาตรา ๒๒๖/๒ วรรคหนึ่ง (๓)
ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดครั้งอื่น ๆ หรือความประพฤติในทางเสื่อมเสียของจําเลย เพื่อพิสูจน์ว่าจําเลยเป็นผู้กระทําความผิดในคดีที่ถูกฟ้อง เว้นแต่พยานหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๓) พยานหลักฐานที่หักล้างข้อกล่าวอ้างของจําเลยถึงการกระทํา หรือความประพฤติในส่วนดีของจําเลย
มาตรา ๒๒๖/๒ วรรคสอง
ความในวรรคหนึ่งไม่ห้ามการนําสืบพยานหลักฐานดังกล่าว เพื่อให้ศาลใช้ประกอบดุลพินิจในการกําหนดโทษหรือเพิ่มโทษ
มาตรา ๒๒๖/๓ วรรคหนึ่ง
ข้อความซึ่งเป็นการบอกเล่าที่พยานบุคคลใดนํามาเบิกความต่อศาลหรือที่บันทึกไว้ในเอกสารหรือวัตถุอื่นใดซึ่งอ้างเป็นพยานหลักฐานต่อศาล หากนําเสนอเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความนั้น ให้ถือเป็นพยานบอกเล่า
มาตรา ๒๒๖/๓ วรรคสอง (๑)
ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบอกเล่า เว้นแต่ (๑) ตามสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อมของพยานบอกเล่านั้นน่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ หรือ
มาตรา ๒๒๖/๓ วรรคสอง (๒)
ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบอกเล่า เว้นแต่ (๒) มีเหตุจําเป็น เนื่องจากไม่สามารถนําบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่ได้เห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความเกี่ยวในเรื่องที่จะให้การเป็นพยานนั้นด้วยตนเองโดยตรงมาเป็นพยานได้ และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น
มาตรา ๒๒๖/๓ วรรคสาม
ในกรณีที่ศาลเห็นว่าไม่ควรรับไว้ซึ่งพยานบอกเล่าใด และคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องร้องคัดค้านก่อนที่ศาลจะดําเนินคดีต่อไป ให้ศาลจดรายงานระบุนาม หรือชนิดและลักษณะของพยานบอกเล่า เหตุผลที่ไม่ยอมรับ และข้อคัดค้านของคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องไว้ ส่วนเหตุผลที่คู่ความฝ่ายคัดค้านยกขึ้นอ้างนั้น ให้ศาลใช้ดุลพินิจจดลงไว้ในรายงานหรือกําหนดให้คู่ความฝ่ายนั้นยื่นคําแถลงต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสํานวน
มาตรา ๒๒๖/๔ วรรคหนึ่ง
ในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ห้ามมิให้จําเลยนําสืบด้วยพยานหลักฐานหรือถามค้านด้วยคําถามอันเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศของผู้เสียหายกับบุคคลอื่นนอกจากจําเลย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลตามคําขอ
มาตรา ๒๒๖/๔ วรรคสอง
ศาลจะอนุญาตตามคําขอในวรรคหนึ่ง เฉพาะในกรณีที่ศาลเห็นว่าจะก่อให้เกิดความยุติธรรมในการพิจารณาพิพากษาคดี
มาตรา ๒๒๖/๕
ในชั้นพิจารณาหากมีเหตุจําเป็นหรือเหตุอันสมควร ศาลอาจรับฟังบันทึกคําเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องหรือบันทึกคําเบิกความของพยานที่เบิกความไว้ในคดีอื่นประกอบพยานหลักฐานอื่นในคดีได้
มาตรา ๒๒๗ วรรคหนึ่ง
ให้ศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ําหนักพยานหลักฐานทั้งปวง อย่าพิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทําผิดจริงและจําเลยเป็นผู้กระทําความผิดนั้น
มาตรา ๒๒๗ วรรคสอง
เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจําเลยได้กระทําผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จําเลย
มาตรา ๒๒๗/๑ วรรคหนึ่ง
ในการวินิจฉัยชั่งน้ําหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด พยานที่จําเลยไม่มีโอกาสถามค้าน หรือพยานหลักฐานที่มีข้อบกพร่องประการอื่นอันอาจกระทบถึงความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น ศาลจะต้องกระทําด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลําพังเพื่อลงโทษจําเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี หรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน
มาตรา ๒๒๗/๑ วรรคสอง
พยานหลักฐานประกอบตามวรรคหนึ่ง หมายถึง พยานหลักฐานอื่นที่รับฟังได้ และมีแหล่งที่มาเป็นอิสระต่างหากจากพยานหลักฐานที่ต้องการพยานหลักฐานประกอบนั้น ทั้งจะต้องมีคุณค่าเชิงพิสูจน์ที่สามารถสนับสนุนให้พยานหลักฐานอื่นที่ไปประกอบมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย
มาตรา ๒๒๘
ระหว่างพิจารณาโดยพลการหรือคู่ความฝ่ายใดร้องขอ ศาลมีอํานาจสืบพยานเพิ่มเติม จะสืบเองหรือส่งประเด็นก็ได้
มาตรา ๒๒๙
ศาลเป็นผู้สืบพยาน จะสืบในศาลหรือนอกศาลก็ได้ แล้วแต่เห็นควรตามลักษณะของพยาน