Level 9 Level 11
Level 10

ลักษณะ ๑๒ หมวด ๒ ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิง


29 words 0 ignored

Ready to learn       Ready to review

Ignore words

Check the boxes below to ignore/unignore words, then click save at the bottom. Ignored words will never appear in any learning session.

All None

Ignore?
มาตรา ๓๓๗ (๑)
ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทําอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทําความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ถ้าความผิดฐานกรรโชกได้กระทําโดย (๑) ขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทําร้ายร่างกายให้ผู้ถูกข่มขืนใจ หรือผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส หรือขู่ว่าจะทําให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่น ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือ
มาตรา ๓๓๗ (๒)
ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทําอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทําความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ถ้าความผิดฐานกรรโชกได้กระทําโดย (๒) มีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
มาตรา ๓๓๘
ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่น ให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยขู่เข็ญว่าจะเปิดเผยความลับซึ่งการเปิดเผยนั้นจะทําให้ผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สามเสียหาย จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทําความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
มาตรา ๓๓๙ วรรคหนึ่ง (๑)
ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กําลังประทุษร้าย เพื่อ (๑) ให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือการพาทรัพย์นั้นไป ผู้นั้นกระทําความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท
มาตรา ๓๓๙ วรรคหนึ่ง (๒)
ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กําลังประทุษร้าย เพื่อ (๒) ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น ผู้นั้นกระทําความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท
มาตรา ๓๓๙ วรรคหนึ่ง (๓)
ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กําลังประทุษร้าย เพื่อ (๓) ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ ผู้นั้นกระทําความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท
มาตรา ๓๓๙ วรรคหนึ่ง (๔)
ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กําลังประทุษร้าย เพื่อ (๔) ปกปิดการกระทําความผิดนั้น ผู้นั้นกระทําความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท หรือ
มาตรา ๓๓๙ วรรคหนึ่ง (๕)
ผู้ใดลักทรัพย์โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กําลังประทุษร้าย เพื่อ (๕) ให้พ้นจากการจับกุม ผู้นั้นกระทําความผิดฐานชิงทรัพย์ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท
มาตรา ๓๓๙ วรรคสอง
ถ้าความผิดนั้นเป็นการกระทําที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดแห่งมาตรา ๓๓๕ หรือเป็นการกระทําต่อทรัพย์ที่เป็นโค กระบือ เครื่องกลหรือเครื่องจักรที่ผู้มีอาชีพกสิกรรมมีไว้สําหรับประกอบกสิกรรม ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท
มาตรา ๓๓๙ วรรคสาม
ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา ๓๓๙ วรรคสี่
ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา ๓๓๙ วรรคห้า
ถ้าการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทําต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจําคุกตลอดชีวิต
มาตรา ๓๓๙ ทวิ วรรคหนึ่ง
ถ้าการชิงทรัพย์ได้กระทําต่อทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรคแรก ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท
มาตรา ๓๓๙ ทวิ วรรคสอง
ถ้าการชิงทรัพย์นั้นเป็นการกระทําในสถานที่ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรคสองด้วย ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา ๓๓๙ ทวิ วรรคสาม
ถ้าการชิงทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา ๓๓๙ ทวิ วรรคสี่
ถ้าการชิงทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตลอดชีวิต หรือจําคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
มาตรา ๓๓๙ ทวิ วรรคห้า
ถ้าการชิงทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทําต้องระวางโทษประหารชีวิต
มาตรา ๓๔๐ วรรคหนึ่ง
ผู้ใดชิงทรัพย์โดยร่วมกันกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้นั้นกระทําความผิดฐานปล้นทรัพย์ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสามแสนบาท
มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง
ถ้าในการปล้นทรัพย์ ผู้กระทําแม้แต่คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปด้วย ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบสองปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา ๓๔๐ วรรคสาม
ถ้าการปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตลอดชีวิต หรือจําคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
มาตรา ๓๔๐ วรรคสี่
ถ้าการปล้นทรัพย์ได้กระทําโดยแสดงความทารุณจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ใช้ปืนยิง ใช้วัตถุระเบิด หรือกระทําทรมาน ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตลอดชีวิต หรือจําคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
มาตรา ๓๔๐ วรรคห้า
ถ้าการปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทําต้องระวางโทษประหารชีวิต
มาตรา ๓๔๐ ทวิ วรรคหนึ่ง
ถ้าการปล้นทรัพย์ได้กระทําต่อทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรคแรก ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา ๓๔๐ ทวิ วรรคสอง
ถ้าการปล้นทรัพย์นั้นเป็นการกระทําในสถานที่ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๕ ทวิ วรรคสองด้วย ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา ๓๔๐ ทวิ วรรคสาม
ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสอง ผู้กระทําแม้แต่คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปด้วย ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตลอดชีวิต หรือจําคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี
มาตรา ๓๔๐ ทวิ วรรคสี่
ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกตลอดชีวิต
มาตรา ๓๔๐ ทวิ วรรคห้า
ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองได้กระทําโดยแสดงความทารุณจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ใช้ปืนยิง ใช้วัตถุระเบิดหรือกระทําทรมาน ผู้กระทําต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจําคุกตลอดชีวิต
มาตรา ๓๔๐ ทวิ วรรคหก
ถ้าการปล้นทรัพย์ตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทําต้องระวางโทษประหารชีวิต
มาตรา ๓๔๐ ตรี
ผู้ใดกระทําความผิดตามมาตรา ๓๓๙ มาตรา ๓๓๙ ทวิ มาตรา ๓๔๐ หรือมาตรา ๓๔๐ ทวิ โดยแต่งเครื่องแบบทหารหรือตํารวจหรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตํารวจ หรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทําผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ กึ่งหนึ่ง